ดร.มารุต มณีสถิตย์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย และพม่า บริษัท ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ พีทีอี ลิมิเต็ด หรือ HDS กล่าวว่า ปัจจุบันการทำธุรกิจกำลังเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่มีการพัฒนาระบบการสื่อสารเป็นยุค 4G ที่เพิ่มขีดความสามารถในการส่งผ่าน และรับข้อมูลต่าง ๆ ได้ในเวลาอันรวดเร็ว ประกอบกับเทคโนโลยีที่เร่งการเปลี่ยนแปลงอย่าง Internet of Things ( IOT ) หรืออุปกรณ์ทุกชนิดที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 โดยไอดีซีคาดว่าในอีก 4 ปีข้างหน้า ตลาด IOT จะเพิ่มขึ้น 160% ซึ่งมีมูลค่า 1.7 ล้านล้าน ( trillion ) ดอลลาร์สหรัฐ

การเข้ามาของ 4G และ IOT จะเป็นการเปิดโลก ความเร็วของข้อมูล, mobility, และ โอกาสทางเทคโนโลยีสารสนเทศใหม่ ๆ เช่น เทคโนโลยีการเชื่อมต่อข้อมูลจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ไม่ใช่แต่เพียงอุปกรณ์มือถือ สมาร์ทโฟน เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงภาพและเสียงจากอุปกรณ์ หรือเซ็นเซอร์อื่น ๆ รวมทั้งการนำเทคโนโลยีคลาวด์มาใช้ในเชิงธุรกิจ, การเกิดใหม่ของซอฟต์แวร์และบริการใหม่ ๆ ที่รองรับกับเทคโนโลยี 4G, การรองรับคลื่นหลาย ๆ ความถี่เน็ตเวิร์คให้สามารถทำงานพร้อมกันได้ แต่ในอีกแง่มุม ความท้าทายของข้อมูล big data ก็เพิ่มมากขึ้น ทั้งขนาด ( Volume ), ความเร็ว ( Velocity ), ความหลากหลาย ( Variety ), ความถูกต้อง ( Veracity ), และคุณค่าของข้อมูลที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง ( Value ) อีกทั้งการรักษาความปลอดภัยจากการเข้ามาของข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง
ในภาคธุรกิจโทรคมนาคมนั้น เดิมจะเป็นข้อมูลแบบดั้งเดิม หรือข้อมูลที่มีโครงสร้าง ( Structure Data ) อาทิเช่น ระบบ ERP ข้อมูลการแจ้งหนี้ การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ ฐานลูกค้า ระบบข้อมูลจัดเก็บจากโทรศัพท์ แต่ 4G และ IOT จะทำให้เกิดข้อมูลยุคใหม่ ที่เป็นแบบข้อมูลกึ่งมีโครงสร้าง ( Semi Structure Data ) และไม่มีโครงสร้าง ( Unstructured Data ) เช่น ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าในการเข้าชมเว็บไซต์, server logs, security logs, ข้อมูลระบบเครือข่าย, ระบบ sensor, กล้อง CCTV ต่าง ๆ , ระบบการซื้อขาย, ข้อมูลโซเชียลมีเดีย, ข้อมูลข้อความเสียง, ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งธุรกิจที่มีแนวโน้มจะใช้ประโยชน์จาก 4G มากที่สุดได้แก่ ธุรกิจค้าปลีกรวมถึงการเงินการธนาคาร สาธารณสุข ภาคการขนส่ง1 โดยธุรกิจโทรคมนาคมคือผู้ให้บริการเครือข่าย ที่อยู่เบื้องหลังทำหน้าที่สนับสนุนระบบที่จะต้องบริหารจัดการ big data ที่วิ่งเข้ามาในระบบโทรคมนาคมมากขึ้น ๆ
ความต้องการของธุรกิจนั้นคือการใช้ประโยชน์จาก big data มหาศาลเหล่านี้ให้ได้ประโยชน์สูงสุด นั่นหมายถึงการนำข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์แล้ว มาปรับใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ ซึ่งทางฮิตาชิ ฯ มีนวัตกรรมที่พร้อมในเรื่องของ big data ในการเชื่อมต่อเทคโนโลยีสารสนเทศ ( IT ) เข้ากับเทคโนโลยีด้านการปฏิบัติงาน ( OT ) ซึ่งได้แก่
1. โซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล ( Information Infrastructure ) อาทิ การบริหารจัดการจัดเก็บข้อมูล ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Virtual Storage Platform ( VSP ), Unified Compute Platform ( UCP ) ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานแบบคอนเวอร์จ, ซอฟต์แวร์บริหารจัดการข้อมูล, ไฟล์ และเนื้อหายุคใหม่ Hitachi Content Platform ( HCP ) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Object-Based Cloud Storage ฯลฯ และล่าสุด Hitachi Hyper Scale-Out Platform ( HSP ) เพื่อรองรับการใช้งานข้อมูล big data โดยเฉพาะ
2. โซลูชั่นการวิเคราะห์ข้อมูล และนวัตกรรมเพื่อสังคม ( Analytics and Social Innovation ) อาทิ ซอฟต์แวร์แพลตฟอร์ม Pentaho และในส่วนธุรกิจ Social Innovation ของฮิตาชิ ฯ
นายไชยรัตน์ วงศ์สว่างรัศมี ผู้อำนวยการและที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี ธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ พีทีอี ลิมิเต็ด กล่าวเพิ่มเติมว่า โซลูชั่นล่าสุด Hitachi Hyper Scale-Out Platform ( HSP ) สามารถตอบสนองธุรกิจในด้านโทรคมนาคม และธุรกิจที่มีการเติบโตของ big data ได้ดีเยี่ยม เพราะ HSP ประกอบด้วยระบบเซิร์ฟเวอร์ คลัสเตอร์, ระบบจัดเก็บ และซอฟต์แวร์ Apache™ Hadoop® ที่ฮิตาชิฯ เป็นพันธมิตรร่วมกับ Hortonworks เพื่อให้องค์กรต่าง ๆ ใช้เป็นแพลตฟอร์มได้ง่าย เมื่อรวมกับซอฟต์แวร์ Pentaho ซึ่งมีคุณสมบัติในจัดการรวมข้อมูล ( Data Integration ), จัดทำรายงานในรูปแบบต่าง ๆ ( Report & Visualize – Business Intelligence ), และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจ ( Analytics ) จะสามารถสร้างศักยภาพให้องค์กรใช้ประโยชน์เพื่อธุรกิจจากข้อมูลยุค 4G และ IOT ในหลายรูปแบบและหลากหลายแหล่ง ยกตัวอย่างเช่น การวิเคราะห์หาโปรโมชั่นเพื่อดึงลูกค้าใหม่ให้ย้ายค่ายมาใช้บริการ หรือวิเคราะห์หาวิธีลดการเปลี่ยนค่าย หรือการวิเคราะห์จุดคุ้มทุนของการให้บริการ bandwidth ของแต่ละค่าย เป็นต้น นอกจากนี้แพลตฟอร์ม Pentaho ยังสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันว่าควรนำเสนอบริการอย่างไร เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อย่างเหมาะสมกับค่าบริการที่เรียกเก็บต่างกันในแต่ละกลุ่ม เช่น หากแบ่งระดับลูกค้าเป็น Silver / Gold / Platinum level ดังนั้น Platinum level จะเป็นผู้ใช้บริการที่ต้องจ่ายแพงกว่า แต่เมื่อเป็นสมาชิกเป็นระยะเวลา 1 ปี ก็จะได้รับเป็น Platinum services เช่น การมีที่จอดรถพิเศษ, การได้รับบริการแบบ Exclusive เป็นต้น
ปัจจุบัน HDS ให้บริการลูกค้าที่เป็นธุรกิจประเภทโทรคมนาคม ที่ใช้ Pentaho มาทำการวิเคราะห์ลูกค้าจริง ๆ อย่างเช่น British telecom ที่ประเทศอังกฤษ ที่มีการเก็บข้อมูลเน็ตเวิร์คทั้งหมด เพื่อนำมาวิเคราะห์ว่ามีการบุกรุก หรือแฮ็คเข้าไปในเน็ตเวิร์คขององค์กรหรือไม่ โดยใช้ Pentaho เป็นตัววิเคราะห์ หรือแม้แต่ข้อมูลการเข้าออกจากระบบของพนักงาน หรือมีคนข้างนอกเข้ามาในระบบ ข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในเน็ตเวิร์ค เมื่อ access ข้อมูลทั้งหมดแล้ว ก็จะนำมาวิเคราะห์เพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูลต่อไป หรือแม้แต่บริษัทชั้นนำในประเทศอังกฤษ อย่างO2 ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ของโลก ก็จะนำ Pentaho มาใช้เพื่อเก็บข้อมูลทางด้าน Wi-Fi ของผู้ใช้บริการ เพื่อนำมาพิจารณาว่าควรปรับแคมเปญ ปรับโปรโมชั่นอย่างไรเพื่อจะดึงดูดให้ลูกค้ามาใช้บริการมากขึ้น รวมทั้งออกโปรโมชั่นเพื่อให้ลูกค้าเก่าใช้บริการให้นานที่สุด โดยใช้ข้อมูลที่ผู้ใช้บริการเข้ามาในเน็ตเวิร์ค Wi-F แล้วนำมาวิเคราะห์
“Big Data ที่เข้ามาในการเปลี่ยนในช่วงของยุค 4G และ IOT กำลังจะเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกธุรกิจต้องเตรียมพร้อม HDS เข้าใจถึงปัญหาที่องค์กรต่าง ๆ กำลังเผชิญในการเติบโตอย่างไม่มีแบบแผนของข้อมูล และจำเป็นต้องปรับตัวในการบริหารจัดการข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึก สร้างโอกาสทางธุรกิจ ที่ผ่านมา HDS มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งในด้าน IOT และ big data ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสังคม ( Social Innovation ) ด้วยความเชี่ยวชาญจากกลุ่มบริษัทฮิตาชิ เรามั่นใจว่า โซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานและการวิเคราะห์ข้อมูลของ HDS จะช่วยให้ลูกค้าได้รับคุณค่าจาก big data ได้มากขึ้น เพื่อรองรับการทำงานในยุค4G ที่เน้นความรวดเร็ว คล่องตัว และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทันท่วงที” ดร. มารุต กล่าวทิ้งท้าย
ที่มา : https://www.techtalkthai.com/hitachi-da ... ta-iot-4g/
05/04/2016