จีนรุกลงทุนกระชับสัมพันธ์ไทย บทบาทที่ มะกัน-อียูต้องหนาว !!

Post Reply
brid.siriwan
Posts: 3942
Joined: 05 Apr 2013, 08:47

จีนรุกลงทุนกระชับสัมพันธ์ไทย บทบาทที่ มะกัน-อียูต้องหนาว !!

Post by brid.siriwan »

จีนรุกลงทุนกระชับสัมพันธ์ไทย บทบาทที่ มะกัน-อียูต้องหนาว !!

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

ผ่าประเด็นร้อน

ก่อนอื่นก็ต้องกล่าวตามความเป็นจริงเสียก่อนว่า หากสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ลดระดับความสัมพันธ์ หรือถึงขั้นเลวร้ายคือคว่ำบาตรประเทศไทยจริงๆจะมีผลกระทบกับเรามากแค่ไหนก็ต้องบอกว่า "มาก" แต่ก็ไม่ถึงกับต้องตาย และในความเป็นจริงก็ไม่มีทางตายอย่างเด็ดขาด

เพราะด้วยศักยภาพของไทย ทั้งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่มีความสำคัญเป็นจุดศูนย์กลางในภูมิภาค ประเทศไหนก็ตามที่จะเข้ามาค้าขายลงทุน หรือจะมารบกับใครก็ต้องผ่านไทย รวมทั้งต้องมาทำความรู้จักเสียก่อน

ขณะเดียวกันด้วยศักยภาพส่วนตัวของไทยที่มีทรัพยากรพร้อมทุกอย่างในทุกด้าน โดยเฉพาะในด้านอาหารเราสามารถผลิตเลี้ยงตัวเองและยังส่งออกไปเลี้ยงชาวโลกได้

อย่างไรก็ดีหากประเทศสหรัฐอเมริกา และกลุ่มประเทศในสภาพยุโรปรวมหัวกันบอยคอตไทย โดยยกเอาเหตุผลจากการรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กดดันให้มีการเลือกตั้งภายใน 6 เดือนข้างหน้า ซึ่งเวลานี้ก็ได้ลดระดับความสัมพันธ์กับไทยแล้ว เช่นในรูปของเงินช่วยเหลือ หรือการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ รวมไปถึงการห้ามบุคคลสำคัญของ คสช.เข้าประเทศ

แม้ว่าในเรื่องการตัดเงินช่วยเหลือ การฝึกอบรมจะเป็นจำนวนเงินแค่จิ๊บจ๊อย กระจอกมาก แต่ก็ต้องถือว่าสร้างความกดดันให้กับเราไม่น้อยเหมือนกัน เปรียบเหมือนกับตัวเรา แล้วมีเพื่อนบ้านบางบ้าน แม้จะอยู่ไกลออกไปประกาศไม่อยากคบกับเรา มาชี้หน้าว่าเรานิสัยไม่ดี แม้ไม่อยากสนใจแต่อย่างน้อยมันก็รู้สึกหงุดหงิดเหมือนกัน

สำหรับมูลค่าการส่งออกของไทยไปยังสหรัฐฯและยุโรป รวมไปถึงการที่นักลงทุนของประเทศดังกล่าวมาลงทุนในบ้านเราในปัจจุบันถือว่สมีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับประเทศในแถบเอเซีย และกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน เมื่อเทียบกับญี่ปุ่น จีน เกาหลี ใต้หวัน หรือ แม้แต่อินเดีย ประเทศเหล่านี้กำลังมาแรง บางประเทศมาปักหลักลงทุนในไทยนานแล้ว อย่างเช่นญี่ปุ่น ที่ค่อนข้างแฮปปี้กับคนไทยมานาน ไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องการลงทุน ไม่เคยมีปัญหาประวัติศาสตร์ให้คาใจ แม้ว่าจะเข้ามายึดครองไทยในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองก็ตาม แต่นั่นก็ไม่ได้สร้างรอยแผลมากนัก

แต่ในฐานะที่ สหรัฐฯและสหภาพยุโรป ยังเป็นมหาอำนาจ แม้ในความเป็นจริงจะค่อยๆลดความสำคัญลงไปเรื่อยๆแล้วก็ตาม แต่ก็ยังถือว่ามีเสียงดังอยู่ ดังนั้นถ้าถามว่าถ้าประเทศเหล่านี้ไม่คบไทยเราจะตายมั๊ยก็ต้องย้ำว่าไม่ตายหรอก เพียงแต่รู้สึกหงุดหงิดและถูกกดดันบ้างเท่านั้นเอง

เพราะในสภาพความเป็นจริงแล้วในโลกยุคปัจจุบันดุลอำนาจเริ่มเปลี่ยนไปมากขึ้น กลายเป็นว่ามีมหาอำนาจเกิดใหม่ขึ้นมาถ่วงดุล ที่เห็นชัดเจนก็มีจีน รวมถึงรัสเซียที่กลับมาเข้มแข็งอีกครั้งหลังจากหมดยุคสหภาพโชเวียต ในด้านเศรษฐกิจก็มีกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่มากมาย เช่น บราซิล อินเดีย แอฟริกาใต้ เป็นต้น หรือแม้แต่กลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งในกลุ่มนี้ถือว่าไทยเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสอง ถือว่าใช่ย่อยเสียที่ไหน

ด้วยศักยภาพที่มีอยู่ในตัวเองของไทยที่มีอยู่ค่อนข้างพร้อม ทำให้เราสามารถยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเองได้พอสมควร และคำพูดของ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่บอกว่าเราเคารพในการตัดสินใจของประเทศเหล่านั้น แต่เราย่อมมีศักดิ์ศรีของเราด้วย ความหมายก็คือ ไม่เป็นใรจะเอาแบบนั้นก็เอา แต่เราก็มีแนวทางของเรา ไม่ว่ากัน คือไม่แข็งกร้าวใส่ ไม่โวยวาย ไม่เต็มใจคบก็ไม่เป็นไร ประมาณนั้น

แต่ที่น่าจับตาก็คือในวันรุ่งขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯและอียูประกาศลดระดับความสัมพันธ์กับไทยปรากฏว่ามีเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยเข้าพบ รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และเป็นหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง โดยทูตจีนย้ำให้เห็นถึงศักยภาพของไทยในภูมิภาคว่ามีความสำคัญและจีนพร้อมขยายการลงทุนกับไทย เพิ่มการค้าขายให้มากขึ้นกว่าเดิม และยังชี้ให้เห็นว่าหลังจาก คสช.เข้ามาทำให้การค้าระหว่างสองประเทศเติบโตอย่างมาก หลังจากก่อนหน้านี้ได้สะดุดลง

ความหมายก็คือในยุคของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ความสัมพันธ์ในทางลึกอาจไม่ราบรื่นนัก

ซึ่งก็เห็นจะจริง หากพิจารณาจากความเป็นในช่วงระยะหลังๆของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เราแทบไม่ได้เห็นการเคลื่อนไหวของ ทักษิณ ชินวัตร ในประเทศจีนเลย ส่วนมากจะหลบอยู่แถวดูไบ ประเทศสหรัฐฯและประเทศในยุโรป หรือแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนเท่านั้น รวมทั้งหากสังเกตให้ดีจะพบว่าข่าวคราวเรื่องธุรกิจสัมปทานพลังงานก็มักมีข่าวร่วมมือกับบริษัทพลังงานของทางตะวันตก ไม่ใช่จีน หรือแม้แต่การอนุญาตให้สหรัฐฯใช้สนามบินอู่ตะเภา นี่ก็สามารถเชื่อมโยงกันได้

ดังนั้นความหมายของการเข้าพบของทูตจีน แม้ไม่มีการอธิบายมากกว่านี้ แต่ในทางนักเลงก็ย่อมเข้าใจกันดี ว่านี่คือการฉวยจังหวะเข้าเสียบแทนอย่างทันท่วงที อีกทั้งวันรุ่งขึ้นยังมีทูตเกาหลีใต้มีกำหนดเข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง เพิ่มเติมอีก ก่อนหน้านี้ยังไม่นับทางประเทศญี่ปุ่นที่เตรียมการต้อนรับคณะตัวแทนฝ่ายไทยจะไปเยือนในเดือนกรกฎาคมอีกด้วย เห็นแบบนี้แล้ว หากสหรัฐฯและอีกยูยังรังเกียจไทยก็เชิญ

ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่พอเห็นความเคลื่อนไหวบางอย่าง ล่าสุดทางกองทัพสหรัฐฯก็ส่งหนังสือยืนยันมาทันทีว่าไม่ยกเลิกการฝึกคอบราโกลด์ ตามที่มีข่าวว่าจะย้ายไปฝึกกันที่เมืองดาร์วิน ออสเตรเลีย โดยจะเข้ามาสำรวจภูมิประเทศในเดือนหน้า นี่ก็ชัดเจนว่าอะไรเป็นอะไร ที่ผ่านมาอาจเป็นแค่หยั่งท่าทีเพื่อลองกดดันไทย แต่ในเมื่อเราไม่ได้จนตรอก ยังมีทางออก อีกทั้งเราก็ไม่ได้กระทำการป่าเถื่อนเที่ยว่ฆ่าชาวต่างชาติ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม หรือดีกว่าเดิมก็ได้ ทำให้พวกเขาเปลี่ยนท่าทีเนื่องจากเกรงว่าจะเสียโอกาสก็ได้ !!

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์
วันที่ 27 มิถุนายน 2557
Post Reply

Return to “แจ้งข่าว ไทย ERP และข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ”