ลุยออกกฎหมายลูก พ.ร.บ.ร่วมลงทุน
Posted: 05 Aug 2014, 09:32
ลุยออกกฎหมายลูก พ.ร.บ.ร่วมลงทุน
สคร.ลุยออกกฎหมายลูก พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุน เร่งหาข้อสรุปภายในปีนี้ ตั้งเป้าหมายให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนอยู่ที่ 20% ของโครงการลงทุนรัฐวิสาหกิจ
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เริ่มดำเนินการร่างกฎหมายลูกใน พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ (พีพีพี) ที่ค้างอยู่ 8 ฉบับ เพื่อดึงเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนโดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่สำคัญ โดยเฉพาะในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.4 ล้านล้านบาทของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่สัดส่วนของการลงทุนในรูปแบบพีพีพีจะเป็นเท่าไรนั้น คงต้องกลับมาดูรายละเอียดอีกครั้ง
นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการ สคร. กล่าวว่า สคร.กำลังออกกฎหมายลูกใน พ.ร.บ.ดังกล่าว ที่ค้างอยู่หลายฉบับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดทำหลักเกณฑ์และมูลค่าโครงการ โดยจะเร่งหาข้อสรุปให้เร็วที่สุดภายในปีนี้ และตั้งเป้าหมายให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนอยู่ที่ 20% ของโครงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจทั้งหมด รวมถึงการลงทุนในกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรัคเจอร์ฟันด์) อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม สคร.เชื่อว่ากฎหมายที่ค้างอยู่หลายฉบับนั้น คาดว่าจะทันในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.4 ล้านล้านบาท ที่จะเกิดขึ้น ถือเป็นการให้เอกชนเข้ามาทำงานและแบ่งเบาภาครัฐ โดยการดำเนินงานดังกล่าวจะช่วยเพิ่มในส่วนของทุน ไม่ได้เป็นการเพิ่มหนี้สาธารณะ
ทั้งนี้ การลงทุนปี 58 คาดว่าจะเห็นการจัดตั้งกองทุนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ก่อน ขนาด 16,000 ล้านบาท และตามแผนจะตั้งกองทุนฯ ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย เพื่อนำเงินไปใช้ขยายท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 รวมทั้ง แผนการลงทุนของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ที่กำลังหารือในรายละเอียด
ที่มา เดลินิวส์
วันที่ 4 สิงหาคม 2557
สคร.ลุยออกกฎหมายลูก พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุน เร่งหาข้อสรุปภายในปีนี้ ตั้งเป้าหมายให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนอยู่ที่ 20% ของโครงการลงทุนรัฐวิสาหกิจ
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เริ่มดำเนินการร่างกฎหมายลูกใน พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ (พีพีพี) ที่ค้างอยู่ 8 ฉบับ เพื่อดึงเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนโดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่สำคัญ โดยเฉพาะในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.4 ล้านล้านบาทของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่สัดส่วนของการลงทุนในรูปแบบพีพีพีจะเป็นเท่าไรนั้น คงต้องกลับมาดูรายละเอียดอีกครั้ง
นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการ สคร. กล่าวว่า สคร.กำลังออกกฎหมายลูกใน พ.ร.บ.ดังกล่าว ที่ค้างอยู่หลายฉบับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดทำหลักเกณฑ์และมูลค่าโครงการ โดยจะเร่งหาข้อสรุปให้เร็วที่สุดภายในปีนี้ และตั้งเป้าหมายให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนอยู่ที่ 20% ของโครงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจทั้งหมด รวมถึงการลงทุนในกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรัคเจอร์ฟันด์) อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม สคร.เชื่อว่ากฎหมายที่ค้างอยู่หลายฉบับนั้น คาดว่าจะทันในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.4 ล้านล้านบาท ที่จะเกิดขึ้น ถือเป็นการให้เอกชนเข้ามาทำงานและแบ่งเบาภาครัฐ โดยการดำเนินงานดังกล่าวจะช่วยเพิ่มในส่วนของทุน ไม่ได้เป็นการเพิ่มหนี้สาธารณะ
ทั้งนี้ การลงทุนปี 58 คาดว่าจะเห็นการจัดตั้งกองทุนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ก่อน ขนาด 16,000 ล้านบาท และตามแผนจะตั้งกองทุนฯ ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย เพื่อนำเงินไปใช้ขยายท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 รวมทั้ง แผนการลงทุนของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ที่กำลังหารือในรายละเอียด
ที่มา เดลินิวส์
วันที่ 4 สิงหาคม 2557