Page 1 of 1

บางจากเสนอซื้อข้าวเน่าแลกเลิกขายเบนซิน 95

Posted: 05 Aug 2014, 18:53
by brid.siriwan
บางจากเสนอซื้อข้าวเน่าแลกเลิกขายเบนซิน 95

บางจากยื่นข้อเสนอรับซื้อข้าวเสื่อมคุณภาพจากโครงการรับจำนำ ผลิตเป็นเอทานอล โดยมีเงื่อนไขขอเลิกขายเบนซิน 95 ทุกปั้ม หวังกระตุ้นใช้หันมาใช้เอทานอลมากขึ้น

นายวิเชียร อุษณาโชติ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้แจ้งพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เลขานุการคณะที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งเป็นคณะกรรมการบมจ.บางจากฯ ว่า บางจากฯ พร้อมที่รับซื้อข้าวเสื่อมคุณภาพ (ข้าวเน่า) จากโครงการรับจำนำข้าวของภาครัฐ มาผลิตเอทานอล แต่ทั้งนี้ ต้องการให้คสช.พิจารณายกเลิกการใช้น้ำมันเบนซิน 95 เพื่อขยายปริมาณการใช้เอทานอลเพิ่มขึ้น เพราะหากรับซื้อข้าวเสื่อมคุณภาพ เท่ากับว่า โรงงานเอทานอล จะใช้ผลผลิตจากมันสำปะหลังลดลง และจะกระทบเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังได้

อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะรับซื้อปริมาณข้าวเสื่อมคุณภาพจากรัฐ มาทำเอทานอลได้เท่าไร ราคารับซื้อเป็นอย่างไร เพราะต้องรอให้ภาครัฐระบุให้ชัดก่อน ว่าข้าวเสื่อมคุณภาพในสต๊อกรัฐบาล มีเท่าไร และขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมในการรับซื้อ โดยอยู่ระหว่างการศึกษาปริมาณ คุณภาพแป้งในข้าว ว่าจะสามารถผลิตเอทานอลได้อย่างไรบ้าง และมีต้นทุนการผลิตเปรียบเทียบกับมันปะหลัง ราคาต่างกันแค่ไหน

“การรับซื้อข้าวเสื่อมคุณภาพจากรัฐบาล เพื่อเป็นการช่วยเหลือรัฐบาล ในการบริหารข้าวเสื่อมคุณภาพในขณะนี้ ส่วนที่ต้องการให้รัฐพิจารณายกเลิกใช้เบนซิน 95 เนื่องจากต้องการขยายปริมารการใช้เอทานอลมากขึ้น เพราะหากใช้ข้าวผลิตเอทานอล ก็ต้องใช้มันสำปะหลังลดลง จะกระทบต่อผู้ปลูกมันสำปะหลัง โดยขณะนี้ยอดใช้อยู่ที่ 2.87ล้านลิตรต่อวันเท่านั้น และขณะนี้รถทั้งหมด ทั้งมอเตอร์ไซค์ รถหรู รถยนต์ต่าง ๆ สามารถใช้แก๊สโซฮอล์ได้แล้วทั้งหมด แต่หากรัฐบาลให้รับซื้อข้าวเสื่อมคุณภาพ แต่ยังไม่ยกเลิกใช้เบนซิน 95 ก็ต้องดูกันอีกครั้ง ว่าจะกระทบผู้ปลูกมันสำปะหลังหรือไม่”

ส่วนผลการดำเนินงานในปีนี้มั่นใจว่า บางจาก ฯ จะมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษี และค่าเสื่อมราคา (อิบิทด้า) จะเป็นไปตามเป้าหมาย 10,000 ล้านบาท มาจากรายได้โรงกลั่นน้ำมัน และค้าปลีกน้ำมัน 70% และมาจากธุรกิจใหม่ และพลังงานทดแทนอีก 30% และในปี 63 อิบิด้าจะอยู่ที่ 25,000 ล้านบาท จะเป็นรายได้จากโรงกลั่นน้ำมันและการขายปลีกน้ำมัน 50% ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะมาจากธุรกิจใหม่และพลังงานทดแทน

นอกจากนี้ บางจากยังได้เข้าซื้อหุ้นของบริษัทนิโด้ ปิโตรเลียม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศออสเตรเลีย ที่ดำเนินธุรกิจด้านการสำรวจ และผลิตปิโตรเลียมสัดส่วน 19.66% มูลค่า22.2ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ 670 ล้านบาท และได้เสนอขอซื้อหุ้นนิโด้จากผู้ถือหุ้นที่เหลือทั้งหมดในราคาเดียวกัน เป็นการเสนอซื้อนอกตลาดหลักทรัพย์ ด้วยเงินสดวงเงินรวมไม่เกิน 98.2 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ2,950ล้านบาท เมื่อรวมกับครั้งก่อน คิดเป็นวงเงินทั้งสิ้น 120.4 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ 3,620 ล้านบาท การเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้จะทำให้บางจากฯ มีวัตถุดิบของตัวเองและดำเนินธุรกิจครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

แหล่งข่าวจากบมจ.ปตท. กล่าวถึงกรณีนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะบอร์ดบมจ.ปตท.ระบุว่าจะให้บมจ.ปตท.รับซื้อข้าวเสื่อมคุณภาพที่มีอยู่ในสต็อกโครงการรับจำนำข้าว100,000ตัน เพื่อนำไปผลิตเอทานอล ว่า ในส่วนของปตท.ไม่มีโรงผลิตเอทานอลเป็นของตัวเอง จึงไม่สามารถผลิตได้ แต่ถ้าต้องให้ปตท. ต้องรับซื้อจริง คงจะต้องให้บริษัทที่ปตท.ถื อหุ้นที่มีโรงผลิตเอทานอล คือ บมจ.ไทยออยล์ และบมจ.บางจากฯ เป็นผู้รับซื้อแทน ส่วนราคารับซื้อจะเป็นอย่างไร จะต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง ส่วนสถานีบริการน้ำมันที่ยังจำหน่ายเบนซิน 95 เช่นปั๊มปตท., ปั๊มเชลล์,ปั๊มเอซโซ่,ปั๊มคาลเท็กซ์ ขณะที่ปั๊มบางจาก ฯ ยกเลิกการจำหน่ายเบนซิน 95 เน้นการผลิตน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ซึ่งมีส่วนผสมจากเอทานอล

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เบื้องต้นได้คำนวณต้นทุนข้าวที่รับจำนำจะเฉลี่ยอยู่ที่ 24,000 บาทต่อตัน เป็นในส่วนของค่ารับจำนำ 15,000 บาทต่อตัน ค่าใช้จ่ายสีข้าว ค่าเก็บดูแลรักษา และต้นทุนดอกเบี้ยเงินกู้ โดยที่กระทรวงการคลัง คาดว่าจำนวนข้าวที่เสียหาย 1 แสนตันนั้น จะคิดเป็นมูลค่า2,400 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รู้ว่าปตท.จะรับซื้อในราคาดังกล่าวหรือไม่



ที่มา เดลินิวส์
วันที่ 5 สิงหาคม 2557